สารคดีส่งเสริมการเกษตร

สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง โทร.0-7782-2748, 0-7781-1091 โทรสาร 0-7782-3058


น้ำสมุนไพรข่าเหลือง ข่าเหลืองเชื่อมแห้ง
แปรรูป เพิ่มมูลค่าข่าเงินล้านที่ระนอง

ข่าเหลือง
          ข่าเหลือง เป็นพืชสมุนไพรพื้นบ้านที่มีปลูกกันทั่วไป แต่ปลูกมากที่จังหวัดระนอง โดยเฉพาะอำเภอกะเปอร์ ปลูกกันแทบทุกครัวเรือน เนื่องจากปลูก
และดูแลรักษาง่าย เจริญเติบโตเร็ว ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง ตลาดมีความต้องการมาก หลังปลูกเพียง 6 – 8 เดือน เกษตรกรสามารถขุดขายได้ สร้างงาน
สร้างรายได้ ไร่ละกว่าแสนบาท เป็นพืชที่ทำเงินให้แก่เกษตรกรมาก จนเรียกกันว่า " ข่าเหลืองเงินล้าน"

วิทยาลัยฯเกษตรระนอง ทำโครงการทฤษฎีใหม่ ปลูกข่าเหลือง 3 งาน ผลผลิต 8 ตัน
          วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีระนอง โดยผู้อำนวยการ นายบุญฤทธิ์ ส่งศรี ได้เล่าว่า วิทยาลัยฯได้ดำเนินการโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่
ตามแนวพระราชดำริ ปลูกพืชหลากหลายชนิด ทั้งพืชผักสวนครัว ได้แก่ ชะอม ผักเหลียง ผักหวาน ฯลฯ และปลูกไม้ผล ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอม มังคุด มะม่วง
เพื่อเป็นแปลงศึกษาเรียนรู้ สาธิต เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา เกษตรกร และประชาชน เข้าไปศึกษา ดูงาน
           ต่อมา สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข่าเหลือง เนื่องจากเป็นพืชที่สร้างรายได้ดีให้กับเกษตรกรในระยะสั้น
เป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนต่อไร่สูง วิทยาลัยฯ ได้เล็งเห็นความสำคัญของข่าเหลืองที่ตลาดมีความต้องการการมาก สามารถขยายการปลูกในเชิงธุรกิจได้
้จึงให้ครูเชียง เกิดแก้ว ดำเนินการปลูกข่าเหลืองในพื้นที่แปลงพืชผักในโครงการเกษตรทฤษฎีใหม่ เมื่อปี 2547 มีนักศึกษาร่วมดำเนินการ 5 คน
พื้นที่ปลูก 3 งาน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นเป็นแปลงขยายพันธุ์ จึงเก็บเกี่ยวข่าเหลืองเมื่ออายุ 18 เดือน สามารถเก็บเกี่ยว ข่าเหลืองแก่เพื่อขยายพันธุ์ได้
6 ตัน ขายตันละ 17,000 บาท ที่เหลือ 2 ตันเก็บไว้ขยายพันธุ์
          รายได้จากการขายข่าเหลืองได้ จัดสรรให้นักศึกษาในโครงการเป็นรายได้ระหว่างเรียน เพื่อแบ่งเบาภาระผู้ปกครอง และเป็นการสร้างเสริมทักษะ
และประสบการณ์ในการผลิตพืชเศรษฐกิจให้แก่นักศึกษาได้เป็นอย่าง
ดี


แปรรูปเป็นน้ำข่าเหลือง ข่าเหลืองเชื่อมแห้ง
          ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีระนอง เล่าให้ฟังอีกว่า จากผลการดำเนินการโครงการปลูกข่าเหลือง ของวิทยาลัยฯครั้งนี้
ได้มีโอกาสไปจัดนิทรรศการ เรื่อง ข่าเหลืองเงินล้านในงานองค์กรเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับภาคใต้ ที่จังหวัดพัทลุง เมื่อปลายปี 2549
เป็นการประชาสัมพันธ์ การปลูกข่าเหลืองให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ต่อมาจึงมอบให้คุณครูสุมนา หงอสกุล และคุณครูบุญนำ ตันธนกุล เป็นผู้คิดค้นการแปรรูปข่าเหลือง เพื่อเป็นการถนอมอาหาร และเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้นักเรียนนักศึกษา ได้ศึกษาเรียนรู้
       


          คุณครูสุมนา หงอสกุล เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแปรรูปข่าเหลืองว่า การทำน้ำสมุนไพรข่าเหลือง และข่าเหลืองเชื่อมแห้ง มีแรงจูงใจมาจากครอบครัว
ที่คุณแม่เคยแปรรูปขิงเชื่อมแห้งไว้ให้ลูกๆได้รับประทานเป็นของว่างในฤดูหนาว เพื่อสรรพคุณในการแก้ไอ ขับเสมหะ จึงได้แนวคิดนี้มาใช้แปรรูปข่าเหลือง
เนื่องจากเห็นข่าเหลืองเป็นพืชที่คล้ายคลึงกัน และมีประโยชน์ทางสมุนไพร ในการขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ โดยใช้วิธีการแปรรูปเหมือนกัน
ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ เพราะผลผลิตที่ได้ สีสวย เป็นที่ถูกใจผู้ชิม
สำหรับวิธีการทำน้ำสมุนไพรข่าเหลือง และข่าเหลืองเชื่อมแห้ง มีรายละเอียดดังนี้


น้ำสมุนไพรข่าเหลือง

          สรรพคุณทางยา   ช่วยขับลมจากลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ
          ส่วนประกอบ
               1. ข่าเหลืองอ่อน หรือ แก่ 100 กรัม
               2. น้ำตาลทราย 200 กรัม
               3. น้ำสะอาด 1 ลิตร
          วิธีทำ
               1. ต้มน้ำสะอาด ปริมาตร 1 ลิตรจนเดือด เติมน้ำตาลทราย 200 กรัม คนจนน้ำตาลละลายดี
               2. นำข่าเหลืองอ่อนหรือแก่ มาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออก แล้วหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ
               3. ใส่ชิ้นข่าเหลืองลงในหม้อต้มน้ำตาล ตั้งทิ้งไว้นาน 30 นาที คนเป็นระยะๆสีของน้ำเชื่อมจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนของข่าเหลือง
               4. ตักชิมน้ำสมุนไพรข่าเลือง หากชอบรสหวาน อาจเติมน้ำตาล หรือเพิ่มความหวานตามใจชอบ
               5. กรองเอาชิ้นข่าเหลืองออกด้วยกระชอนกรอง หรือผ้าขาวบาง ตั้งทิ้งไว้ให้เย็นสักพักหนึ่ง จึงนำมาดื่ม โดยผสมกับน้ำแข็งดื่ม คล้ายกับน้ำขิง
                  หรือนำไปบรรจุขวดพลาสติกที่ผ่านการล้างทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว น้ำสมุนไพรข่าเหลืองบรรจุขวดที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อ
                  ด้วยวิธีพลาสเจอไรซ์ที่ถูกวิธี จะสามารถเก็บรักษาในสภาพอุณหภูมิต่ำ หรือในตู้เย็นได้นานเป็นสัปดาห์


   

ข่าเหลืองเชื่อมแห้ง

          สรรพคุณทางยา ช่วยขับลมจากลำไส้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และเพิ่มกากอาหารในลำไส้ ช่วยระบบขับถ่าย
          ส่วนประกอบ
               1. ข่าเหลืองอ่อน 1 กิโลกรัมปอกเปลือกแล้วหนัก 700 กรัม
               2. น้ำตาลทราย 350 กรัม
               3. ปูนแดงสำรับกินหมาก
               4. น้ำสะอาด 0.5 ลิตร 
          วิธีทำ
                1. นำข่าเหลืองอ่อนมาล้างให้สะอาด ปอกเปลือกออกบางๆ แล้วหั่นเป็นชิ้นบางๆให้มีขนาดสม่ำเสมอกันอาจหั่นด้วยเครื่องสไลด์
                   จะทำให้ได้ส่วนที่ดูสวยงาม ขนาดสม่ำเสมอ
                2. แช่ชิ้นข่าเหลืองในน้ำปูนใสนาน 30 นาที โดยต้องรีบนำชิ้นข่าเหลืองลงแช่ในน้ำปูนใสทันทีที่หั่นเสร็จ                    หรือหั่นไปแช่ไป
เพื่อป้องกันการเปลี่ยนเป็นสีคล้ำลง การแช่น้ำปูนใสจะช่วยรักษาสีให้สวยและกรอบอร่อย ลดความเผ็ดร้อนของข่าเหลืองลง
                3. เมื่อครบกำหนดเวลา ให้ตักชิ้นข่าเหลืองขึ้นมากรองและล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้หมาดน้ำ
                4. ต้มน้ำให้เดือด เติมน้ำตาล คนจนละลาย ใส่ข่าเหลืองลงในน้ำเชื่อม ใช้ไฟกลาง เคี่ยวจนน้ำเชื่อมงวดลง น้ำตาลรัดตัวเข้ากับข่าเหลือง
                   มองเห็นเป็นชิ้นวาวใส ลดไฟให้อ่อนลง เคี่ยวต่อไปจนน้ำเชื่อมเริ่มแห้งเหนียว
                5. ให้ตักชิ้นข่าเหลืองขึ้นมาวางผึ่งในจาน ทิ้งไว้ให้เย็น จะมีผลึกน้ำตาลสีขาวเกาะที่ชิ้นข่าเหลือง นำไปบรรจุโหลแก้ว กล่องพลาสติก
                   หรือถุงพลาสติก ปิดให้สนิท สามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือน รับประทานกับน้ำชา หรือเครื่องดื่มอื่น ๆ


ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองแนะนำเกษตรกรเพื่อเพิ่มมูลค่าข่าเหลืองเพิ่มรายได้
          คุณครูบุญนำ ตันธนกุล ผู้ร่วมดำเนินการแปรรูปน้ำสมุนไพรข่าเหลือง และข่าเหลืองเชื่อมแห้ง ของวิทยาลัยเกษตรฯ กล่าวว่าได้นำผลิตภัณฑ์ข่าเหลือง
ดังกล่าวไปแสดงและสาธิตในงาน คลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อเดือน ธันวาคม 2549
ณ องค์การบริการส่วนตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี ในงานนางกาญจนาภา ถี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เยี่ยมชม และชิมน้ำข่าเหลือง และข่าเหลืองเชื่อมแห้ง
ที่ซุ้มนิทรรศการของวิทยาลัยฯ และได้มอบหมายให้วิทยาลัยฯเกษตรระนอง ถ่ายทอดขั้นตอนแปรรูปสู่เกษตรกรและประชาชนทั่วไป ซึ่งจะช่วยลดปัญหา
ข่าเหลืองล้นตลาด หรือผลผลิตออกสู่ตลาดมากในช่วงฤดูฝนได้ อีกทั้งเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร พัฒนาผลิตภัณฑ์ข่าเหลือง
ให้เป็นสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนของจังหวัดระนองต่อไปได้


ต้นทุนการผลิต
          ต้นทุน การผลิตน้ำสมุนไพรข่าเหลือง หรือข่าเหลืองเชื่อมแห้ง คุณครูสุมนา บอกว่า สำหรับต้นทุนการผลิต คิดเป็นค่าวัตถุดิบในการแปรรูปข่าเหลือง
เชื่อมแห้ง ดังนี้ ข่าเหลืองอ่อนสด จำนวน 10 กิโลกรัม เมื่อนำมาปอกเปลือกแล้ว น้ำหนักคงเหลือ 7 กิโลกรัม และเมื่อนำมาเชื่อมจนแห้งตามสูตรแล้ว
จะได้น้ำหนักผลิตภัณฑ์ข่าเหลืองเชื่อมแห้งจำนวน 3 กิโลกรัม โดยมีต้นทุนการผลิต คิดเป็นค่าข่าเหลืองสด กิโลกรัมละ 15 บาท ( ราคาส่งจากแหล่งปลูก )
เป็นเงิน 150 บาท ค่าน้ำตาลทราย จำนวน 3.5 กิโลกรัม ๆละ 22 บาท เป็นเงิน 77 บาท ค่าเชื้อเพลิงในการแปรรูปครั้งละ 1 ชั่วโมง เป็นเงิน 11 บาท
ค่าแรงงานในการแปรรูปประมาณ 3 ชั่วโมงเป็นเงิน 68 บาท รวมต้นทุนในการผลิต โดยไม่บรรจุหีบห่อ ประมาณ 306 บาท หรือเฉลี่ยประมาณกิโลกรัมละ
102 บาท หากนำมาบรรจุลงกล่อง พลาสติกใส นำหนักสุทธิกล่องละ 160 กรัม ค่ากล่องบรรจุและฉลากผลิตภัณฑ์ กล่องละประมาณ 12 บาท ดังนั้น
ต้นทุนต่อกล่องประมาณ 28 บาท เมื่อคิดราคาให้มีกำไร 25 % จะตั้งราคาต่อกล่องอยู่ที่กล่องละ 35 บาท หรืออาจลดลงเหลือ 20 %
โดยการใช้กลยุทธ์ในการส่งเสริมการขายรวม 3 กล่อง 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่นิยมใช้กับการขายของที่ระลึกหรือของฝาก จะทำให้ขายได้คล่องขึ้น
ในส่วนของน้ำสมุนไพรข่าเหลือง จะมีต้นทุนการผลิตต่ำกว่ามาก โดยตามสูตร 1 ลิตรจะมีต้นทุนค่าวัสดุรวมแล้วประมาณ 6 บาท เมื่อนำมาบรรจุขวดขนาด
500 มิลลิลิตร พร้อมฉลากจะมีต้นทุนขวดละประมาณ 10 บาท เมื่อคิดราคาให้มีกำไร 25% จะตั้งราคาขายต่อขวดอยู่ที่ขวดละประมาณ12.50
บาทหรือเมื่อคิดรวมกับค่าตู้แช่ หรือค่าน้ำแข็งแช่ อาจตั้งราคาขวดละ 15 บาท

สรุป
          เป็นอีกหนึ่งวิชาชีพ ที่นักศึกษาวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดระนอง ได้เรียนรู้ ฝึกทักษะ ประสบการณ์ โดยนำวัตถุดิบที่มีให้ท้องถิ่น
มาแปรรูป เพิ่มเติมมูลค่าให้สินค้าเกษตร เป็นความรู้ที่ติดตัว เมื่อจบออกไปสามารถนำไปประกอบอาชีพเลี้ยงตัวเองได้ อีกทั้งสามารถเผยแพร่ให้กับ
ผู้ที่สนใจนำไปสร้างงาน สร้างอาชีพได้ ขอข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อที่ คุณครูสุมนา หงอสกุล 08-9645-1833 วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีจังหวัดระนอง
ตำบลราชกรูด อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
วสันต์ สุขสุวรรณ ข้อมูล/ภาพ