สารคดีส่งเสริมการเกษตร

สำนักงานเกษตรจังหวัดระนอง อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง โทร.0-7782-2748, 0-7781-1091 โทรสาร 0-7782-3058




                   
                            นายชิงชัย เพชรพิรุณ เกษตรจังหวัดระนอง ได้นำเจ้าหน้าที่และเกษตรกรไปศึกษาดูงานด้านการผลิต การตลาดการเกษตรหลายแหล่ง
เช่น การดูงานการทำการเกษตรตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ดูงานการตลาด
การพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรที่ตลาดกลางผักและผลไม้จังหวัดราชบุรี (ตลาดศรีเมือง) อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ซึ่งได้เคยนำเสนอท่านผู้อ่านไปแล้ว
มาคราวนี้ ขอนำเสนอผลการศึกษาดูงานเรื่อง การปลูกไผ่เลี้ยงหวานของเกษตรกร ที่อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว
ไผ่เลี้ยงหวาน
          ในการไปศึกษาดูงานของเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากจังหวัดระนอง ที่จังหวัดสระแก้วครั้งนี้ ได้รับการอำนวยความสะดวกอย่างดียิ่ง
จากนายสุวิทย์ อาจนาวัง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว เกี่ยวกับข้อมูลเบื้องต้นของการปลูกไผ่เลี้ยงหวาน
นายสุวิทย์ อาจนาวัง บอกว่าไผ่เลี้ยงหวาน ปลูกมากที่อำเภอวังน้ำเย็น อำเภอเมือง และอำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว ประมาณ 1,500 ไร่
ไผ่เลี้ยงหวานจะมีคุณสมบัติต่างจากไผ่ทั่วไป คือ ไม่มีขนให้ระคายผิวเหมือนกับไผ่ชนิดอื่น ๆ ดูแลรักษาง่าย ออกหน่อง่าย การปลูกก็ไม่ยุ่งยาก
เป็นไม้ไผ่ที่ไม่มีหนาม อีกทั้งโรคแมลงศัตรูก็มีน้อยมาก ปัจจุบัน ผู้บริโภคมีความต้องการมากขึ้น เนื่องจากไผ่เลี้ยงหวานมีรสชาติ หวาน กรอบ
การเจริญเติบโตดี โดยเฉพาะในเขตที่มีแหล่งน้ำตลอดปี ในกอไผ่เลี้ยงหวานลำแต่ละลำ จะห่างกัน 15 – 20 เซนติเมตร ทำให้กอไผ่โปร่ง ไม่ทึบ
ลำต้นไม้ไผ่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ที่ระดับความสูงจากพื้นดิน 1 เมตร ขนาด 1 – 2 นิ้ว ลำตรง ไม่มีหนาม กิ่งแขนงน้อย เนื้อแน่น รูตรงกลางลำไผ่เล็ก
ไผ่เลี้ยงหวานสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่ ใช้ประโยชน์ได้ทั้งหน่ออ่อน ลำไม้ไผ่ก็ใช้ได้หลายอย่าง เช่น ทำแพ กระชัง ไม้ค้ำยันกระท่อม เฟอร์นิเจอร์
ปลูก 4 x 4 เมตร ได้ไร่ละ 100 ต้น หลังปลูก 8 เดือน เริ่มให้หน่อมีรายได้ไร่ละ 12,000 บาท
          หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว บอกว่า เกษตรกรควรปลูกไผ่เลี้ยงหวานช่วงต้นฤดูฝน
ใช้ระยะปลูก 4 x 4 เมตร จะได้ 100 กอต่อไร่ ขุดหลุม ขนาด กว้าง ยาว ลึก 30x30x30 เซนติเมตร ก่อนปลูกรองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอก 3 กก.ต่อหลุม
และหินฟอสเฟต อัตรา 250 กรัมต่อหลุม (ต้น) การปลูกใช้ส่วนของลำต้น โดยการแยกหน่อ/กอที่มีอายุ 1 – 1.5 ปี ตัดโดยวัดความยาวจากโคน
ขึ้นมาประมาณ 50 เซนติเมตร หลังปลูก 8 เดือน จะเริ่มให้หน่อ และเมื่อไผ่เลี้ยงหวานอายุ 2 – 3 ปี จะได้ผลผลิตเต็มที่
การเก็บเกี่ยว
          เมื่อหน่อไม้ยาวประมาณ 1 ฟุตครึ่ง ก็ตัดได้ ควรตัดหน่อไผ่ในตอนเช้า จะได้หน่อไม้ที่ไม่ขม ไม่ขื่น รสชาติดี
ตลาด
          ผู้บริโภคมีความต้องการสูง ทั้งหน่อไม้สด เพื่อนำไปปรุงอาหาร ราคากิโลกรัมละ 8 – 25 บาท หน่อไม้อัดปี๊ป หรือหน่อไม้ต้ม ราคากิโลกรัมละ 30 บาท
ส่วนโคนหน่อสามารถนำไปดอง และส่วนของเปลือกหน่อ สามารถนำไปเป็นอาหารเลี้ยงโค หรือแพะได้ด้วย
          สำหรับผลตอบแทนต่อไร่ นายสุวิทย์ อาจนาวัง กล่าวว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ เก็บเกี่ยวได้อย่างน้อย วันละ 50 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 10 บาท จะมีรายได้
15,000 บาทต่อเดือนต่อไร่ เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จะทำให้เกษตรกรมีรายได้ ไร่ละ 12,000 บาทต่อเดือน
ครูกัญหา แสนคำพา ปลูกไผ่เลี้ยงหวานปลดหนี้
          คุณครูกัญหา แสนคำพา ครูโรงเรียนบ้านพระเพลิง ตำบลเขาพระ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัด
สระแก้ว เจ้าของแปลงไผ่เลี้ยงหวานที่คณะเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากจังหวัดระนองไปดูงาน
ที่บ้านตำบลเขาพระ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว เล่าให้ฟังว่า ตนเองมีอาชีพเป็นครู พ่อแม่ยากจน
มีหนี้สินมาก ทำสวนทุเรียน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ลงทุนมากไม่เคยได้กำไร ค่าปุ๋ย ค่าสารเคมีแพง
ต่อมามีผู้แนะนำให้ปลูกไผ่เลี้ยงหวาน จึงตัดสินใจปลูกไผ่เลี้ยงหวาน เพราะเห็นว่าไผ่เลี้ยงหวานปลูกง่าย
การดูแลไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องใช้สารเคมี เพียงแต่จัดการเรื่อง ปุ๋ย และรดน้ำ ก็จะให้ผลผลิตตลอดปี
           “เริ่มต้นปลูกในพื้นที่ 2 ไร่ หลังปลูก 8 เดือน เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ท่านอาจไม่เชื่อ ดิฉันตื่นตี 3
ไปตัดหน่อไม้กับหลานที่เรียนอยู่ ม.3 ต้องใช้ไฟส่องเหมือนส่องกบ เพราะจะได้เสร็จทันตอนเช้า
ไปโรงเรียนทันเวลาไม่เบียดบังเวลาสอนหนังสือเด็กนักเรียน ตัดหน่อไม้ไผ่เสร็จจึงไปโรงเรียนตามปกติ
งานหลวงไม่ขาด งานส่วนตัวก็ไม่เสียหาย 2 ขั้นพิเศษก็ยังได้”
           เมื่อไผ่เลี้ยงโตขึ้น อายุมากขึ้น ก็จะเก็บเกี่ยวได้ปริมาณมากขึ้น ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ เป็น 7 ไร ่
สามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกวัน ประมาณวันละ 120 กิโลกรัม ทำให้มีรายได้ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง
จะทำให้มีรายได้ดี เพราะไผ่เลี้ยงของดิฉัน มีการให้น้ำสม่ำเสมอ ทำให้ออกหน่อมาก และขายได้ราคาดี
ครูกัญหา ยืนยัน
          นอกจากนี้ ก็ยังขยายพันธุ์ไผ่เลี้ยงขายอีกด้วย คุณครูกัญหา เล่าให้ฟังอีกว่า ไผ่เลี้ยงหวาน
นอกจากจะขายเป็นหน่อสดแล้ว นำมาดอง นำมาต้มเป็นหน่อไม้อัดปี๊ปก็ได้ ตลาดต้องการสูง
ส่วนลำไผ่แก่ก็ขายได้ เปลือกหุ้มหน่อก็นำไปเลี้ยงวัวได้ ถ้าใครไม่มีวัว ก็นำไปแลกขี้วัว นำมาใส่ไผ่เลี้ยง
ของเราได้ด้วย
           สุดท้ายคุณครูบอกอีกว่า ขอให้พี่น้อง มั่นใจได้ว่า ทำสวนไผ่เลี้ยงหวานแล้ว จะทำให้มีรายได้
้เลี้ยงครอบครัวได้ดี คุณภาพชีวิตดีขึ้นแน่ จากที่เราเป็นครู พ่อแม่ยากจนมีหนี้สินมาก ก็ปลูกไผ่เลี้ยงหวาน
ทำให้มีรายได้เพิ่ม ไม่เสียเวลามาก ไม่รบกวนเวลาสอนหนังสือ 2 ขั้นพิเศษก็ยังได้อยู่ ท่านมาดูงานแล้ว
ตัดสินใจได้เลยไม่ต้องกังวลใจ ปลูกไผ่เลี้ยงหวานดีแน่”


ลุงเถิง รัตนเพชร ปลูกไผ่เลี้ยงหวาน 30 ไร่ มีรายได้ตลอดปี
          ลุงเถิง รัตนเพชร เป็นเกษตรกรอีกคนที่ปลูกไผ่เลี้ยงหวาน อยู่บ้านเลขที่ 48 ม.3 ต.ทุ่งมหาเจริญ
อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว บอกว่า ลุงเถิงปลูกไผ่เลี้ยงหวาน รวม 30 ไร่ ไผ่เลี้ยงหวานเป็นไม้โตเร็ว 6 – 8 เดือน
เริ่มเก็บเกี่ยวได้ ใช้เวลา 2 – 3 ปี ก็สามารถฟื้นฟูชีวิตให้มีรายได้ดีได้ เมื่อเวลาผ่านไป กอไผ่โตขึ้นก็จะยิ่ง
ให้ผลผลิตเพิ่ม ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย “การกินอยู่ของผมดีขึ้น อยู่กับไผ่เลี้ยงมาตลอด ผมมีลูก 3 คน
ทุกคนมีรถยนต์ขับก็เพราะไผ่เลี้ยงหวาน ไม่เชื่อไปดูที่บ้านได้”


เกษตรจังหวัดระนอง ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไผ่เลี้ยงหวาน

          นายชิงชัย เพชรพิรุณ เกษตรจังหวัดระนอง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีกับไผ่เลี้ยงหวานมานาน เมื่อครั้งอยู่ที่จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า จังหวัดระนองมีสภาพดินฟ้าอากาศ ที่สามารถปลูกไผ่เลี้ยงได้ดี ประกอบกับมีผู้นิยมบริโภคหน่อไม้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะชุมชนเกษตรกรที่มาจากภาคอีสาน
ซึ่งมีอยู่หลายแห่งในจังหวัดระนอง จังหวัดจึงมีแนวทางการส่งเสริมการปลูกไผ่เลี้ยงหวานทดแทนพื้นที่ปลูกไม้ผลที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำ
และปลูกทดแทนพื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุกทำลาย โดยแนะนำให้เกษตรกรปลูกควบคู่กับพืชสมุนไพร เช่น ข่าเหลือง ขมิ้นชัน ตะไคร้ ไพล ส้มป่อย ฯลฯ
ในช่วงแรก จะมีรายได้จากการขายพืชผัก พืชสมุนไพร พออายุได้ 8 เดือน ก็ตัดหน่อไม้ขายทั้งหน่อสด หรือนำไปแปรรูป และเมื่อ 1 ปีผ่านไป ก็ใช้ประโยชน์จากลำไม้ไผ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพาะพันธุ์จำหน่าย ใช้ทำสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ หัตถกรรมในครัวเรือน ทำเฟอร์นิเจอร์ วัสดุก่อสร้าง
ไม้ค้ำยันส้ม ทุเรียน เงาะ และอื่น ๆ รวมทั้งใช้เป็นอุปกรณ์ในการประมงและเพาะเลี้ยงชายฝั่ง ซึ่งลำต้นไผ่ชนิดนี้ ไม่มีปัญหาเรื่องมอดไม้ทำลาย ปลูกครั้งเดียว
สามารถเก็บเกี่ยวได้นับสิบ ๆ ปี และจากการนำไปปลูกที่จังหวัดระนอง เมื่อปี 2548 ปัจจุบันก็ให้ผลตอบสนองค่อนข้างดี ไผ่เลี้ยงหวาน จึงเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง
ที่จะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน และเป็นการค้าที่จะนำมาซึ่งรายได้เป็นรายวัน รายเดือน รายปีที่ยั่งยืนตลอดไป


ส่งเสริมให้ปลูกเป็นพืชแก้ปัญหาความยากจนของคนระนอง
          เกษตรจังหวัดระนอง ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า เนื่องจากไผ่เลี้ยงหวานเป็นพืชที่เติบโตง่าย โรคแมลงน้อย และเจริญเติบโต ค่อนข้างดีีี
ในพื้นที่จังหวัดระนอง จังหวัดระนองจึงได้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณ
จังหวัดแบบบูรณาการ (CEO) ในปี 2549 เป็นการปลูกนำร่อง ในท้องที่ 4 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ และจะขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เมืองระนองเป็นแหล่งผลิต
และแปรรูปไผ่่ รองรับความต้องการของผู้บริโภคและของตลาดในภาคใต้ ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง ต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้
          ขอขอบคุณ คุณสุวิทย์ อาจนาวัง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว ที่นำคณะไปเยี่ยมชมความสำเร็จของ
เกษตรกร ในการปลูกไผ่เลี้ยงหวาน ขอบคุณคุณครูกัญหา แสนคำพา และคุณลุงเถิง รัตนเพชร ที่อำนวยความสะดวก นำชมและถ่ายทอดความรู้
เรื่องการปลูกไผ่เลี้ยงหวาน ให้แก่คณะเจ้าหน้าที่และเกษตรกรจากจังหวัดระนอง อย่างเต็มที่ จึงขอขอบคุณอีกครั้ง มา ณ โอกาสนี้

                                                                   
ฝ่ายยุทธศาสตร์และสารสนเทศ สนับสนุนข้อมูล/ภาพกิจกรรม